วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ประโยชน์ดอกมะลิ

ประโยชน์ของดอกมะลิ

มะลินอกจากจะเก็บดอกมาร้อยเป็นพวงมาลัย ทำเป็นดอกไม้แห้ง หรือนำมาสกัดทำน้ำมันหอมระเหยแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง และในดอกมะลิมีส่วนที่เป็นน้ำมันอยู่ 0.2-0.3% ดอกมีรสเผ็ด หวาน ฤทธิ์อุ่น ส่วนรากมีรสขม ฤทธิ์อุ่น มีพิษ ดอก มีสรรพคุณแก้อาการท้องร่วง ตาแดง ราก เป็นยาแก้ปวด ทำให้ชา ฟันผุ ฟกช้ำ นอนไม่หลับ
และตำรับอย่างง่ายๆ มีดังนี้ เยื่อตาขาวอักเสบ หรือตาแดง : ดอกมะลิสดล้างให้สะอาด ต้มจนเดือด สักครู่ นำน้ำที่ได้ใช้ล้างตา ปวดกระดูก ปวดกล้ามเอ็น : รากมะลิสดทุบให้แหลกคั่วกับเหล้าจนร้อน ใช้พอกบริเวณที่ปวด
ปวดฟันผุ : รากมะลิตากแห้งบดเป็นผง ผสมกับไข่แดงที่ต้มสุกแล้วจนได้ยาเหนียวข้น ใส่ในรูฟันผุ ข้อควรระวังอย่างหนึ่งคือ รากมะลิมีพิษ ไม่ควรใช้รับประทานหรืออาจใช้แต่น้อย เช่น ใช้รากมะลิสดไม่เกิน 1.5 กรัม ฝนกับน้ำใช้ดื่มแก้อาการนอนไม่หลับ
มะลิซ้อน ดอกสด ใช้รักษาโรคตาเจ็บ แก้ไข้ตัวร้อน แก้หวัด ดอกแห้ง ใช้ปรุงเป็นสารแต่งกลิ่น ใบสด นำมาตำให้ละเอียดจะช่วยรักษาแผลพุพองและแผลฝีดาษ ต้น ใช้รักษาโรคคุดทะราด ขับเสมหะและนำมาฝนใช้แก้ ปวด รักษาโรคร้อนในและอาการเสียดท้องหิต ราก นำมาฝนใช้แก้ปวด รักษาโรคร้อนในและอาการเสียดท้อง มะลิวัลย์ ราก ใช้เป็นยาถอนพิษต่าง ๆ ได้
จากการที่มีการนำมะลิมาใช้ประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน จึงทำให้มะลิเป็นไม้ดอกที่มีความสำคัญทางการค้ามากขึ้น พื้นที่ปลูกที่สำคัญของไทย ได้แก่ จังหวัดนครปฐม นครสวรรค์ พิษณุโลก ลำพูน หนองคาย และสมุทรสาคร การจำหน่าย
ที่มา www.geocities.com
ชาดอกมะลิ

ตำรายาไทยจัดดอกมะลิอยู่ในเกสรทั้ง ๕ ทั้ง ๗ และ ๙ ใช้มะลิลา ชามะลิลามีรสหอมเย็น ช่วยลดความเครียด บำรุงหัวใจ แก้ไข้ แก้ร้อนใน แก้ปวดท้องบิด


ชา เครื่องดื่มสีใสหอมกรุ่น เพื่อนที่ดีช่วยปลอบประโลมจิตใจและสุขภาพที่เหนื่อยล้าของทุกคนนอกจากชาที่ได้จากการนำใบไม้ต่างๆมาตากแห้งหรืออบแล้ว วันนี้เรายังมีชาดอกไม้ เครื่องดื่มธรรมชาติจากดอกไม้หอมหวานนานาชนิด ที่ให้ทั้งความงามและการบำบัด ทั้งดอกไม้บางอย่างยังมีก็ยังมีส่วนผสมสำคัญของการปรุงน้ำหอมเช่นดอกกุหลาบ ดอกลาเวนเดอร์ ให้ชาดอกไม้ถ้วยนั้นหอมหวานยากจะลืมเลือน คุณอาจใช้กลีบดอกไม้ผสมกับสมุนไพรอื่นๆเพื่อให้ได้ชาที่เป็นเอกลักษณ์ตามใจชอบเช่นนำดอกลาเวนเดอร์ที่อบแห้งมาผสมกับมินท์หรือกลีบกุหลาบหอมกรุ่นผสมกับการพลู ทั้งสองนี้มีสรรพคุณช่วยคลายเครียดและความเหนื่อยล้า ทั้งช่วยระบบการย่อยได้ดี

ชาดอกไม้กับสุขภาพว่ากันว่า การดื่มชานั้นเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุดหากทำได้สม่ำเสมอก็แทบไม่ต้องบริโภคอาหารเสริมอื่นๆเลยเพราะในน้ำร้อนจัดที่เราแช่ใบชาหรือกลีบดอกไม้ไว้ระยะหนึ่งที่เรียกว่าการทำ herbal infusion นั้นจะมีวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วน โดยเฉพาะหากเป็นชาที่ขายในแบบ loose form คือไม่ได้บรรจุในซองแช่ที่เป็นแพคเล็กๆสำเร็จรูปด้วยแล้ว ก็จะยิ่งให้ประสิทธิภาพทีดีกว่าเพราะทั้งใบและกลีบดอกไม้นั้นๆจะปลดปล่อยน้ำมันธรรมชาติที่มีสารโภชนาการการและวิตามินได้มากกว่าและชาดอกไม้ก็อ่อนโยนพอที่จะใช้บริโภคประจำวันโดยปราศจากผลข้างเคียงให้ต้องวิตก หากคุณมีสุขภาพเป็นปกติอยู่แล้ว

เก็บดอกไม้มาทำชาเราใช้กลีบดอกไม้หรืออาจใช้ดอกไม้ทั้งดอก หากเป็นดอกไม้ชนิดดอกเล็กๆ หากปลูกเองจะปลอดภัยจากสารเคมีมากที่สุด เมื่อเก็บมาแล้วล้างดอกไม้ให้สะอาด ผึ่งในตะแกงโปร่งๆให้แห้ง เด็ดเป็นกลีบๆตากไว้ในที่โปร่งมีอากาศระบายและแสงแดดส่องทั่วถึงไม่ร้อนจัดเกินไป ทิ้งไว้ประมาณ 8 ถึง 10 ชั่วโมง เมื่อแห้งตมที่ต้องการจึงใส่ขวดโหลเก็บไว้

วิธีการทำชาดอกไม้ สิ่งที่สำคัญที่จะให้ได้มาซึ่งชาดอกไม้นั่นก็คือดอกไม้ต้องแห้งสนิท ขั้นตอนจึงอยู่ที่การทำให้ดอกไม้ที่เราประสงค์จะให้เป็นชานั้น "แห้ง" ซึ่งก็คือ 1. การเลือก ดอกไม้ที่คุณเลือกมา ต้องแน่ใจว่าปราศจากสารจากยาฆ่าแมลง ล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นให้นำไปผึ่งบนกระจาดหรือตะแกรงจนสะเด็ดน้ำ แล้วเด็ดเอาเฉพาะกลีบ 2. ใส่ตะแกรงตากไว้ในที่ที่มีอากาศระบาย มีแดดรำไร จนกระทั่งกลีบดอกไม้แห้งสนิท ควรระวังสักนิดนะค่ะอย่าให้โดนแดดแรง ๆ เพราะจะทำให้ น้ำมันหอมระเหยและคุณค่าต่าง ๆ เสียไปได้ 3. สุดท้ายก็เป็นเรื่องของการเก็บรักษา ควรเก็บเอาไว้ในโหลสูญญากาศ เลี่ยงแสงสว่าง ความร้อนและความชื้น เมื่อถึงเวลาที่ต้องการจะได้ชาร้อนสักถ้วย ให้ใช้ช้อนที่แห้งสนิทตัก อย่าใช้มือหยิบ จะช่วยคงคุณค่าและความหอมไว้ได้นานมากขึ้น

สัดส่วนชาดอกไม้ไม่มีสัดส่วนที่แน่นอน แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนโดยปกติใช้ชาดอกไม้ประมณ 1 ช้อนโต๊ะต่อชา 1 ถ้วยควรใส่กลีบดอกไม้ลงในถ้วยก่อนแล้วจึงเทน้ำร้อนลงผสมไม่ควรใช้น้ำเดือดๆ เพราะอาจทำให้ยางดอกไม้ออกมาจนเหม็นเขียวได้ ยกกาสูงๆเวลาเทน้ำร้อนเพื่อให้ออกซิเจนหมุนเวียน แช่กลีบดอกไม้ไว้ไม่ควรเกิน 5 นาทีเพราะหากนานกว่านั้นอาจเหม็นเขียวได้สำหรับดอกไม้บางชนิด ตักกลีบออกและดื่มตามชอบ หากจะทำไว้มากๆและเทใส่ที่ทำน้ำแข็งก็จะได้น้ำแข็งกลิ่นดอกไม้หอมชื่นใจ

วิธีชงชาดอกไม้เหล่านี้คือเคล็ดลับในการชงชาดอกไม้ได้ประโยชน์ที่สุด1. ใช้แช่แต่น้ำกรองเท่านั้นหรือจะน้ำแร่ก็ได้ ส่วนน้ำจากก๊อกจะมีความเป็นด่างเกินไปและขัดขวางพลังของสารอาหารธรรมชาติในดอกไม้2. เก็บชาดอกไม้ไว้ในโหลแก้วที่มียางปิดสูญญากาศปิดมิดชิดเลี่ยงการวางชาไว้ใกล้แสงสว่างหรือที่ๆมีความชื้นสูงจะเก็บชาไว้ได้นานหลายเดือน การเก็บในตู้เย็นก็ช่วยยืดอายุชาดอกไม้ได้ดี3. ควรปล่อยให้ชาแช่อยู่ในน้ำประมาณ 5 นาทีก่อนจึงค่อยรินออกจากถ้วยหากต้องการเติมความหวานก็ให้เติมน้ำผึ้งจะดีกว่าน้ำตาล เพื่อไม่ให้ความหอมและรสชาติดอกไม้เปลี่ยนไป

ที่มา www.samunpri.com

สปามะลิ
สมัยก่อนนั้นมะลิได้ถูกนำมาใช้เพื่อเป็นหัวน้ำมันหอมเพื่อการดูแลผิวพรรณ และเป็นน้ำหอมประทินโฉมซึ่งมีแต่เฉพาะบุคคลชั้นสูงเท่านั้น จนกระทั่งในปัจจุบันกลิ่นและน้ำมันจากมะลิได้ถูกนำมาใช้ในวงการสปาเพื่อบำรุงผิว และประทินโฉม ดอกมะลิ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน อินเดีย และ อิหร่าน จนกระทั่งดอกมะลิได้ชื่อว่าเป็น ราชาของหัวน้ำหอม เพราะความมีกลิ่นหอมนี่เอง จึงทำให้ผู้คนนิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมความงาม แต่เนื่องจากการเก็บดอกมะลิเพื่อนำมากลั่นเป็นหัวน้ำหอมนั้นจะต้องเก็บด้วยมือและทำเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีทั้งปริมาณและความหอม เพราะกว่าจะได้น้ำมันแต่ละหยดนั้นต้องใช้มะลิจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว หัวน้ำมันหอมมะลิเพียง 1 ปอนด์ หรือ 0.45 กก. นั้นต้องใช้ มะลิสดถึง 1,000 ปอนด์ หรือ 454.5 กก. หรือประมาณ 3.5 ล้านดอกเลยทีเดียว จึงทำให้ในอดีตมีเพียงชนชั้นสูงเท่านั้นที่มีโอกาสได้ชื่นชมและบำรุงผิวด้วยน้ำมันและกลิ่นหอมของมะลิ แต่ต่อจากนี้ไปคนทั่วไปก็มีโอกาสสัมผัสกับน้ำมันกลั่นจากดอกมะลิแล้ว เมื่อเซ็นทารา สปา ได้รังสรรค์สปามะลิ มาบริการให้แก่ทุกเพศ ทุกวัย แม้แต่เด็กก็ยังปลอดภัยและสามารถใช้บริการได้ รวมถึงการวิจัยของสหรัฐอเมริกา ได้ยืนยันว่าหัวน้ำหอมดอกมะลิมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวทุกประเภท ทั้งผิวมัน ผิวแห้ง และผิวที่อ่อนเยาว์ อีกทั้งมีฤทธิ์ที่สามารถยับยั้งแบคทีเรีย จึงช่วยยับยั้งการเกิดสิว และควบคุมความสมดุลของผิว ไม่ให้ผิวแห้งหรือมันจนเกินไป ไม่ใช่แค่น้ำมันดอกมะลิเท่านั้นที่มีประโยชน์ กลิ่นขอดอกมะลิก็มีคุณสมบัติที่ให้ความผ่อนคลาย ช่วยบรรเทาความรู้สึกห่อเหี่ยว กลุ้มใจ หรือเครียด ทำให้รู้สึกเบิกบานใจมากยิ่งขึ้น สำหรับที่เซ็นทารา สปา นั้นไม่เพียงแค่การนวดตัวด้วยน้ำมันหอมมะลิ (Warm Jasmine Massage) ด้วยเทคนิคแบบ ลากยาว และ กดลึก ในแบบฉบับของเซ็นทารา สปาเท่านั้น แต่ยังมีการเตรียมผิวก่อนการนวดน้ำมันด้วยส่วนผสมระหว่างข้าวหอมมะลิบดแช่ในน้ำมันหอมมะลิ (Jasmine Rice Body Polish) เพื่อนำมาขัดผิวด้วยเทคนิค วงกลม ของเซ็นทารา เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และช่วยการหมุนเวียนของเลือด นอกจากนั้นยังมีการบำรุงผิว และปรับความสมดุลของผิวด้วย การนวดด้วยน้ำมันหอมมะลิกับครีมบำรุงผิวสูตรเซ็นทารา (Balancing Jasmine Cocoon) อีกด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น